Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

สมการที่เป็นจริง….

ROMANCEMATHEMATICS  

Smart man + smart woman = romance

ผู้ชายเท่ห์ + ผู้หญิงเก่ง = ความ โรแมนติก


Smart man + dumb woman = affair

ผู้ชายเก่ง + ผู้หญิงโง่
 =   ความ ใคร่*

Dumb man + smart woman = marriage

ผู้ชายโง่
  + ผู้หญิงเก่ง = การแต่งงาน

Dumb man + dumb woman = pregnancy

ผู้ชายโง่ + ผู้หญิงโง่
=   ตั้ง ท้อง **

*
OFFICE ARITHMETIC *

Smart boss + smart employee = profit

เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = กำไร **


Smart boss + dumb employee = production

เจ้านายเก่ง + ลูกน้องโง่ = ผล ผลิต **


Dum! b boss + smart employee = promotion

เจ้านายโง่ + ลูกน้องเก่ง = เลื่อน ตำแหน่ง


Dumb boss + dumb employee = overtime

เจ้านายโง่
+ ลูกน้อง โง่= OT อย่าง เดียว ** *

SHOPPING MATH *

A man will pay $2 for a $1 item he needs.

ผู้ชายจ่าย
2 บาท ต่อ ของ 1 ชิ้นที่เขาต้องการ

A woman will pay $1 for items that she doesn’t need.

แต่ ผู้หญิง จ่าย
1 บาท ต่อ ของหลายๆชิ้น ที่เธอไม่ต้อง การ **
 
* GENERAL EQUATIONS & STATISTICS *

A woman worries about the future until she gets a husband.

ผู้หญิงจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะ มีสามี **


A man never worries about the future until he gets a wife.

แต่ ผู้ชายไม่เคยกังวลเลยเกี่ยวก ับอนาคตเลยจนกระทั่งมีภรรยา
**

A successful man is one who makes more money than his wife can spend.

ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ คือ ค! นที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรร ยาใช้ **


A successful woman is one who can find such a man.

แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่ สามารถหาสามีได้อย่างคนข้างบน **

 
* HAPPINESS *

To be happy with a man, you must understand him a lot and love him a little.

การจะมีความสุขกับผู้ชายคนนึง คุณจ ะต้องเข้าใจเค้ามากๆ แต่รักเค้า น้อยๆ


To be happy with a woman, you must love her a lot and not try to understand her at all.

การจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนึง คุณต้องรักเธอมากๆ และไม่ต้องพยายามอะไรในตัวเธอ ทั้งสิ้น
**
 
* LONGEVITY *

Married men live longer than single men do, but married menare a lot more willing to die.

ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าชายโสด แต่ชายที่แต่งงานแล้วกลับ เต็มใจเลือกที่จะตายมากกว่าอยู่
**
 
* PROPENSITY TO CHANGE *
A woman marries a man expecting he will change, but he doesn’t. **

ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายคนนึงและหวัง ว่าจะเปลี่ยน แปลงเค้าได้ แต่ผู้ชายไม่ เปลี่ยน*


A man marries a woman expecting that she won’t change, and she does. **

ส่วน ผู้ชายแต่ง งานกับผู้หญิงและหวังว่าเธอคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็ เปลี่ยน **

 
* DISCUSSION TECHNIQUE *

A woman has the last word in any argument.

ผู้หญิงมักมี คำพูดสุดท้ายในการโต้เถียง


Anything a man says after that is the beginning of a new argument.

แต่อะไรก็ตามที่ผู้ชายพูดออกมาต่อจากนั้น จะเป็นการเริ่มการโต้เถียง ครั้งใหม่ *

 

 

ของขวัญวันเกิด…จากใจ

ชายหนุ่มต้องการซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนสาว
ทั้งคู่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน
หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว
เขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อถุงมือให้เธอซักคู่
และแนบจดหมายที่เขาคิดว่าน่าจะเหมาะสม โรแมนติก
แต่ไม่ส่วนตัวจนเกินไปนัก

เขาไปซื้อของขวัญกับน้องสาวของแฟนที่ห้างสรรพสินค้า
เลือกได้ถุงมือสีขาวหนึ่งคู่ ขณะที่น้องสาวแฟนเลือกซื้อกางเกงใน 2
ตัวให้ตัวเอง

ขณะที่ห่อของขวัญนั้น พนักงานได้ห่อของสลับกัน น้องแฟนได้ถุงมือ และ
แฟนสาวได้กางเกงใน 2 ตัวแทน ชายหนุ่มไม่ได้เช็คของขวัญ
หลังจากที่ห่อของเสร็จเรียบร้อย ก็จัดการส่งให้แฟน
พร้อมทั้งจดหมายข้อความดังต่อไปนี้

“ ผมเลือกของสิ่งนี้
เพราะสังเกตว่าคุณไม่ชอบใส่มันเวลาเราออกไปเที่ยวด้วยกัน
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะน้องสาวของคุณแล้วละก็ ผมก็คงเลือกแบบที่ยาวกว่านี้
ที่มีกระดุม แต่น้องสาวคุณใส่แบบสั้นอย่างนี้และถอดได้ง่ายกว่า
อันที่จริงมีสีให้เลือกมากมาย แต่คนขายที่เป็นผู้หญิงโชว์ของเธอให้ผมดู
เธอบอกว่าเธอได้ใส่มาตั้ง 3 อาทิตย์แล้ว ยังไม่เปื่อยแต่อย่างใด
ผมก็เลยให้เธอลองใส่ของคุณให้ผมดู เธอดูสวยจริง ๆ
……ผมอยากเป็นคนใส่ให้คุณคนแรกมาก
และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามือของผมจะได้สัมผัสสิ่งนั้นก่อนที่จะได้เห็น
และเมื่อใดก็ตามที่คุณถอดมันออก อย่าลืมเป่ามันซะก่อนที่จะเก็บ
เพระว่ามันจะชื้น และจะทำให้คุณคันขณะสวมใส่ …….คุณลองคิดดูสิว่า
ผมจะ
“ จูบ ” มันสักกี่ครั้ง ในปีหน้าที่จะถึงนี้
ผมหวังว่าคงเห็นคุณใส่มันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้นะครับ ”

ด้วยรักอย่างยิ่ง

ปล. แบบใหม่ล่าสุดที่ผมซื้อให้ ใส่เสร็จแล้วพับลง
โชว์ให้เห็นขนเล็กน้อย
จะเซ็กซี่มาก …..

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน
รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน
ดังนั้นผมจึงทำตาม
เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก…
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี… ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน…ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว…
เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น…
ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน…
ทุกๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก…

แต่แล้ว
ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย….

เจนเข้ามาในชีวิตของผม …. ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน…
เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง..
หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก…

ที่นี่…เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ…
เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา…

คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม…
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า
วันที่คุณประสบความสำเร็จ
ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา…

ผมเริ่มรู้สึกลังเล…
ผมรู้ว่าผมกำลังทรยศภรรยาผม…
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว….
ผมปลีกตัวออกจากเจน ‘
วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
ผมต้องเข้าออฟฟิศ ‘ …
แน่นอน… เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะไปด้วยกัน…

ในตอนนั้น…ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม….
ทั้งที่จริงๆแล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม….
ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด…
เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน…
จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก… ทุก ๆ
เย็นเธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร..ในขณะที่
ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน…
หรือ… ถ้าผมจะเลือกเป็น…นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์….
มองเรือนร่างอันงดงามของเจน…
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน…
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน…และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..
เธอมั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก…
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง… เธอจะเป็นอย่างไร

วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ…สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี…
พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก… เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ….
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้… แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆกับพนักงานทุกคน….
แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด…เจนก็บอกกบผมว่า…หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า….

ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว….ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..
ผมมีอะไรจะบอกคุณ… เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ…
ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ…มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก..
แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป…

ผมต้องการหย่า…

เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย…
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง…เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง…
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย…เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น…

เธอร้องไห้อย่างหนัก…

ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา…
แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้…เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ…
ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก…

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น…ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน…
ทุกๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ… หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด….

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้นแล้วฉีกมันทิ้ง…
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น…
ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน…
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้…

เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด…
สำหรับผมแล้ว…การร้องไห้ของเธอเหมือน
เป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง…

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
..ในที่สุด…มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริงๆ เสียที

คืนนั้น…ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก…
เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ.
.ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย…
ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า…

เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม…
แต่เธอต้องการให้ผมให้เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า…
และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ…
ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อน
เวลานั้นจะมาถึง…

รัชต์..คุณจำได้มั๊ย…วันที่เราแต่งงานกัน…คุณประคอง
ชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..
ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชั้น…

ชั้นมีเรื่องขอร้อง…
ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้อง
นอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
ผมยอมรับด้วยความเต็มใจ…ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น…
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง…
เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข….
ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
…เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้…

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง….

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า
…ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป…

พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก…มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก…
ลูกชายเราตบมือแล้วพูดด้วยความดีใจว่า

ว้าว…วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย….มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น……
เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา…ผมพยักหน้า…ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม…
ผมขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา…ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป…เธอซบบนอกผม…
เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ…
ผมถึงได้ตระหนักว่า….เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว…เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม…เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย…

ในวันที่สี่…มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก…ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป…

วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..
ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร…และอื่นๆ อีกมากมาย…
ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที…ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย…
ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย
หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น…แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด…
เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้
..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้…
ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ…
สำหรับลูกแล้ว…การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด….
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น…ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ
ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง….ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด.
..เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก……เธอบอกกับผมว่า…

ความจริงแล้ว…ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า
…ผมกอดเธอแน่น…และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
…ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..
ผมลังเลเล็กน้อย..

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้.
…เธอเปิดประตูออก…ผมบอกเธอว่า
เจน..ผมขอโทษ…ผมจะไม่หย่า….
เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า
เจน…ผมขอโทษ…ผมขอโทษจริง ๆ…ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม…
ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็น
เพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย…
ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ….มันไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน….
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว….ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน
…เธอมีลูกให้ผม…ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่…
เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม….

ระหว่างทางกลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้….
พนักงานขายดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร
….ผมให้เธอเขียนว่า…ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

บทความนี้ก้อยเคยส่งไปประกวดในรายการที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ทางเว็บไซด์นึง แล้วได้รางวัล

มาเป็น “ตุ๊กตาหมี” ตัวเบ้อเริ่มเลย ดีใจมากๆ เลยอยากแบ่งเรื่องราวดีๆเรื่องนี้ให้คนอื่นๆอ่านบ้าง

ลองอ่านกันดูนะ ว่าซาบซึ้งแค่ไหน

จงมองความรักด้วยความอ่อนโยน…

     มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ
     ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
     และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น
     แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
     พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น
     ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
     แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ
     จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
     เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง
     โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม
     นาทีนั้น …..
     เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
     แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ
     เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง
     จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้
     วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ
     คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า
     ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ
     เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร
     คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า
     สามเดือนที่ผ่านมา
     ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า
     มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย
     และตามคุณลงรถไป
     และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย
     และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ
     และคอยดูคุณจนคุณลงรถ
     พอเธอได้ยินดังนั้น เธอก็นำตาไหลด้วยความตื้นตัน..และสำนึกผิด
     เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
     เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด
     เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก
     เธอหวนนึกถึงคำพูด เขา ที่บ่นลอยๆ ออกมา บ่อยๆ ว่า
     ชีวิตคนไม่แน่นอน อาจตายวันนี้ พรุ่งนี้ ได้ทุกเมื่อเลยนะ..
     ดูอย่างคุณสิ…เมื่อวานยัง มองเห็น วันนี้ คุณมองไม่เห็นแล้ว….
     เธอ คิดน้อยใจเขา มาตลอด 3 เดือน ที่คิดว่า เขา เบื่อ
     รำคาญ การเป็น คนตาบอดของเธอ…
     ณ วันนี้เธอรู้แล้วว่า ….เขากลัวว่า วันนี้ พรุ่งนี้
     เขาจะตายไป…
     แล้ว เธอ จะไม่สามารถ ไปไหนมาไหน หรือ มีชีวิตอยู่ เองได้ ถ้า
     ขาดเขา